Blogger templates

Blogger news

RSS

ร่างกายกับความต้องการสารอาหาร .......

   ความต้องการสารออหารของคนเราในแต่ละวัยแต่ละภาว่ะ จะมีความแตกต่างกันออกไป จึงมีข้อแนะนำสำหรับการทานอาหารในแต่ละวัย เช่น อาหารสำหรับทารก อาหารสำหรับหญิงมีครรภ์ อาหารสำหรับวัยรุ่น อาหารสำหรับผู้สูงอายุ เป็นต้น ซึ่งมีความแตกต่างกันในเรื่องของพลังงานที่ต้องการใช้ และสารอาหารบางตัวที่จำเป็นมากขึ้นในบางภาวะหรือบางวัยในที่นี้จะเลือกเอาความต้องการอาหารในวัยผู้ใหญ่มาเป็นเทียบเคียงว่าในวันหนึ่งเราควรจะบริโภคน้ำผักผลไม้เท่าไหร่จึงจะเพียงพอและไม่เกิดโทษ
   วัยผู้ใหญ่ตต้องการสารอาหารมากพอเหมาะกับความต้องการของร่างกาย ต้องการสารอาหารต่างๆอย่างครบถ้วนเพื่อเสริมสร้างเวลล์ต่างๆของร่างกายให้ทำงานตามปกติ การขาดสารอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งก่อให้เกิดความบกพร่องต่อการทำงานของร่างกาย ทำให้แสดงความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมีอาการหลายอย่างด้วยกัน โดยแต่ละวันแล้วควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่นั่นคือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่  ใและน้ำ ให้ได้สัดส่วน จะทำให้สุขภาพแข็งแรง ไม่มีปัญหาอ้วนหรือผอม ควรหลีกเหลี่ยงอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น ไขมัน น้ำตาล ซึ่งมักเลี่ยงยากเสียด้วย อย่างเช่น น้ำตาลซึ่งอยู่ในทั้งของหวานของคาว ผลไม้และน้ำผลไม้  เครื่องดื่มต่างๆ จึงควรระวังพิเศษต่อร่างกาย องค์การอนามัยโลกได้แนะนำว่าไม่ควรทานนน้ำตาลมากเกิน 2 ช้อนโต๊ะต่อวัน และทานเกลือเกินสามช้อนชา หรือ 6 กรัมต่อวัน

   1. พลังงงาน  ผู้ใหญ่แต่ละคนมีความต้องการพลังงานตามโครงสร้างร่างกายและน้ำหนัก การใช้พลังงงานโดยทั่วไปจะต้องวันละ 20 แคลอรี ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แต่สำหรับคนใช้แรงงานจะต้องการพลังงงาน 40 แคลอรี ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หากต้องการทราบก็ลองเอาน้ำหนักมาคำนวนดูก็จะทราบพลังงงานที่ตัวคุณต้องการ พลังงานควรได้มาจากอาหารคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก ตามด้วยโปรตีน วิตามิน เกลือแร่ ทานไขมันให้น้อยที่สุด ไขมันไม่อิ่มตัวเป็นชนิดที่ร่างกายต้องการเพื่อช่วยสร้างเซลลล์และเนื้อเยื่อ มีมากในปลา เลชิทินเม็ด จากกการบริโภคของคนไทยพบว่าส่วนใหญ่มักจะทานไขมันมากเกินไป มาจากการทานแป้งมากเกินไปด้วย

   2.  โปรตีน  มีหน้าที่เสริมสร้างส่วนที่สึกหรอของร่างกายเท่านั้น ไม่ได้เอาไปใช้เพื่อการเจริญเติบโต ส่วนที่สึกหรอ ได้แก่ เสันผม เล็บ ผิวหนัง กระดูก ฟัน เส้นเลือด นอกจากนี้ยังมีโปรตีนในเม็ดเลือดแดง โปรตีนเอนไซม์ในการย่อยอาหาร สิ่งเหล่านี้ได้ทยอยตายไปและมีส่วนที่เซลล์สร้างมาใหม่ทดแทน ผู้ใหญ่ควรได้รับโปรตีนวันละ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ควรเป็นโปรตีนจากพืช ธัญพืช มากกว่าโปรตีนจากสัตว์ถ้าเราบริโภคโปรตีนมากเกินไปจะมียูเรียในปัสสาวะมาก ไตทำงานหนัก คนที่เป็นโรคไตจึงห้ามทานโปรตีนมาก

   3. วิตามินและเกลือแร่ เป็นสิ่งจำเป็นมาก ถ้าได้ไม่ครบทุกชนิดหรือได้ในปริมาณไม่เพียงพอก็จะทำให้ร่างกายมีการทำงานผิดปกติไป วิตามินและเกลือแร่ทำหน้าที่ซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอโดยมักต้องทำงานร่วมกันอาศัยซึ่งกันและกัน เกลือแร่ในร่างกายมี 28 ชนิด แต่ที่ร่างกายขาดไม่ได้เลยมี 18 ชนิด ในคนแต่ละวัย วัยทารก วัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ วัยสูงอายุ หญิงตั้งครรภ์  ผู้ป่วยจะมีความต้องการวิตามินแร่ธาตูบางตัวที่มากกว่าหรือน้อยกว่าไปบ้างตามความต้องการใช้ของร่างกายในสภาวะนั้นๆ อย่างเช่นหญิงตั้งครรภ์ต้องการแคลเซียม แมกนีเซียม วิตามินดี วิตามินซี มากเป็นพิเศษเพื่อนำไปใช้สร้างกระดูก ฟัน หรือในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเหลือก็มีสาเหตุหนึ่งมาจากการขาดแมกนีเซียมและซิลิเมียม และมีอีกหลายโรคที่มีสาเหตุการขาดวิตามินหรือเกลือแร่

   4.  น้ำ จำเป็นต่อร่ายกายในการหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ การจับกันของของเสียเพื่อขับทางปัสสาวะ ดื่มน้ำอย่างน้อยวัยละ 1 ลิตร หากดื่มน้อยไปโอกาสที่ของเสียตกตะกอนในไต เกิดโรคนิ่วสะสมในไตและตามข้อต่างๆสำหรับผู้ที่ชอบดื่มน้ำอัดลมหรือน้ำผักผลไม้ ต้องระวังระดับน้ำตาลมากเกินความต้องการจากเครื่องดื่มเหล่านนนั้นด้วย อันเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคเบาหวาน

   5. เส้นใยอาหาร  มีอยู่ในพืชผักผลไม้เท่านั้น ไม่มีอยู่ในเนื้อสัตว์เลย เส้นใยอาหารจะมีแคลอรีต่ำ ช่วยป้องกันม้องผูกโดยทำให้อุจจาระนิ่ม ถ่ายคล่อง ลดปริมาณคอแลสเตอรอล ป้องกันการดูดซึมน้ำตาลสู่ร่างกายดุดซึมสารก่อมะเร็งในทางเดินลำไส้ เส้นใยอาหารมีมากในธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี ในผักผลไม้โดยส่วนใหญ่มีมากในกระเพรา คะน้า ผลฝรั่ง ข้าวโพด แครอท  ถั่วเหลือง มะขาม เป็นต้น แต่ผลไม้บางชนิดก็ไม่มีเส้นใยอาหารอยู่เลย เช่น เนื้อลูกตาลอ่อน เนื้อมะพร้าว แตงไทย

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น